More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ~ My OrIgiNaLe pLayGRoUn...ProfileFriendsBlogMore Tools Explore the Spaces community

~ My OrIgiNaLe pLayGRoUnDe ~

:: We get something but in the mean time we loose something … ::
January 16

นานแค่ไหนแล้วเนี่ยที่ไม่ได้อัพ blog

ต้องบอกว่านานมากๆ แทบจะลืมไปเลยว่าเคยมี blog space ของ msn จาก space.msn.com จนกลายพันธ์มาเป็น space.live.com ก็แทบจะไม่ได้เข้ามาสัมผัสเลยแฮะ
 
จากบ้านหลังแรกที่ exteen blog (ตอนนี้ลืม username + password ไปแล้ว) กลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ space แต่สุดท้าย(น่าจะ)จบที่บ้านหลังที่ 3 ที่ multiply Open-mouthed
 
ผมเพิ่งมารู้ว่า ตัวผมเองอ่ะ ชอบถ่ายรูปแฮะ ปกติเคยแต่ชอบดูรูปสวยๆของคนอื่น ดูมันอยู่นั่นล่ะ ดูได้ทั้งวัน ดูได้ไม่เบื่อจริงๆ เคยมีหลายครั้งที่ดูตั้งแต่เช้า ยันมืดค่ำ โฮ่ๆ ดูมาราธอนจริงแฮะ ... ไม่ได้ฝืนตัวเองซักกะหน่อย แต่ชอบอ่ะ ชอบที่ได้ดูความทรงจำของคนอื่น ที่ถ่ายทอดออกมาจากรูปเหล่านั้น บางทีพาลทำให้เราคิดไปว่าเราเสมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆไปซะได้ เอิ๊กๆ ... ผมว่าดีนะ เวลาผมดูรูป มันเหมือนกับว่าเรากำลังเป็นตัวละครที่อยู่ในรูปภาพ เดินทางไปกับภาพ ไปพบ ไปสัมผัส ไปเรียนรู้ พร้อมๆเจ้าของภาพ ...
 
เคยมีคนถามผมว่าทำไมชอบถ่ายภาพ จะจริงจังกับมันจนยึดมันเป็นอาชีพเลยเหรอ ???
 
ป่าวเลยยย ผมไม่ได้คิดจะไปเป็นช่างภาพอาชีพหรอก ... แม้จะเคยมีแอบฝัน(กลางวัน)ไปแว่นหนึ่งก็เหอะ ... เอิ๊ก ... แต่ผมชอบที่จะบันทึกความทรงจำที่ผมเจอลงในรูปภาพ
 
หากวันนึง ... ผมสูญเสียความทรงจำ
หากวันนึง ... ผมไม่สามารถจดจำอะไรได้
หากวันนึง ... ผมหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู
หากวันนึง ... ผมได้รับสิ่งนั้นกลับคืน
หากวันนึง ... ผมจะขอบคุณรูปภาพเหล่านั้น ... ที่ทำให้ผมย้อนวันเวลาเหล่านั้น กลับมาอีกครั้ง
 
ผมแค่สนุกกับการถ่ายภาพแค่นั้นเอง สวยไม่สวย แต่มันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ผมคิดว่า ... มันสำคัญนะ
 
คุณพร้อมไปสัมผัสประสบการณ์พร้อมกับผมมั้ย ... http://porpuay.multiply.com
February 12

เรื่องราวมีสาระ ... มาดูการทดลองนี้กัน

หัวข้อ : แมลงสาบใช้อวัยวะใดในการฟัง​

กระทำโดยนักวิจัยอิสระกลุ่มหนึ่งใน ฟิจิ อียิปต์ ... กาบอง ... ไมอามี่ หรือ วารินชำราบฯ ไม่แน่ใจครับ ...  ไม่ต้องสนมันครับ เอาว่าวิจัยที่ใดสักที่ก็แล้วกัน
 
แนวคิดพื้นฐาน ก็คือ แมลงสาบตาบอด แล้วมันไปไหนต่อไหนได้อย่างไร ? มันต้องมีหูที่ดีแน่ๆจึงสามารถจับเสียง หรือ การสั่นสะเทือนต่างๆ ไปจนกระทั่งมัน สามารถเดิน หรือบินไปไหนต่อไหนได้​

อุปกรณ์ที่ใช้​
1. ​กล่องไม้ขีดไฟ​
2. ​แมลงสาบ 4 ตัว​

นักวิจัยตั้งสมมติฐาน ไว้ว่า แมลงสาบ จะต้องใช้อวัยวะ 4 อย่างนี้แหละในการได้ยิน ... คือ    หนวด​ - ​ปีก​ - ​หัว​ - ​หรือ​.. ​ขา​
กล่องไม้ขีดที่​ 1... ​พวกเขานำแมลงสาบมาเด็ดหนวดออก แล้วใส่กล่องเหมือนเดิม​
กล่องไม้ขีดที่​ 2. .. ​เด็ดหัวมันออก แล้วใส่กล่องไว้​
กล่องไม้ขีดที่​ 3.... ​เด็ดปีกออก แล้วใส่กล่องไว้​
กล่องไม้ขีดที่​ 4..... ​เด็ดขาแมลงสาบออก ทั้งหมดแล้วใส่กล่อง​
การทดลองเริ่มต้นขึ้น ... โดยพวกเขาเปิดกล่องแมลงสาบที่ 1 ออก ... แล้วตะโกน GO.! GO !! GO !!!!! [แมลงสาบพวกนี้ เป็นสายพันธุ์ต่างชาติ]

กล่องที่​ 1 ​แมลงสาบวิ่งออกไปตามเสียงตะโกน แม้ไม่มีหนวด​
กล่องที่​ 2 ​แมลงสาบทะยานไปเต็มกำลังแม้ ไม่มีส่วนหัว !!!!
กล่องที่​ 3 ​แมลงสาบใส่ตีนหมา หายลับไป แม้ไม่มีปีก!!!
..
กล่องสุดท้าย แมลงสาบที่ ไม่มีขา นิ่ง ... !!! และ นิ่ง ... มิใส่ใจเสียง GO GO GO !!!!

นักวิจัยทั้งหมดกระโดดกอดกันกลมกับสิ่งที่ได้ค้นพบ ... พวกเขาสรุปงานวิจัยนี้ทันทีว่า แท้จริงแล้วแมลงสาบนั้น ใช้ "ขา" ในการได้ยิน
 
เหอ เหอ
February 03

เอาไว้อ่านตอนเรา---ไม่เข้าใจกันนะ

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้
ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาให้รู้จักมักคุ้น

แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก "ไม่ธรรมดา"
ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น "ความพิเศษ" ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ
ก็ในเมื่อคำว่า "พิเศษ" หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด
 
ให้ "ความรู้สึกดีดี" จากจิตใจที่ดีดี
ให้ "ความอาทรถึง" จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ "ความห่วง" จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี "สติ"
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ "คุกรุ่น"
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง "ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม"
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
"สิ่งดีดี" จนกระจัดกระจาย เพราะ "การให้ความหมาย" ไม่ใช่ "การตั้งความหวัง"
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน
 
"จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน"

เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง "การเรียกร้อง"
"ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ" โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆเดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า "ความพิเศษ" ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลกกับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา
จงให้ "ความพิเศษ" เป็นชีวิตชีวา เป็นแววตาที่แจ่มใส เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้ ที่เย็นที่ตาและที่ใจ

และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า "คนพิเศษ" คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
"ความพิเศษ" นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน
 
ขอบคุณเมล์ดีๆจากน้องสาวคนหนึ่งที่ส่งเรื่องราวดีๆนี้มาให้ผมนะคับ
October 17

เกี่ยวกับความรัก

ไม่รู้มีใครเคยอ่านกันยัง ... ผมเจอแล้วชอบนะ เลยเอามาฝากกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เรามองไม่ต่อยจะเห็นกันสักเท่าไหร่
 
[01] คนดีๆ ... ล้วนมีเจ้าของไปหมดแล้ว (เหมือนที่จอดรถ)
[02] ส่วนคนที่ยังเหลืออยู่ ... มันก็ต้องมีเหตุผลล่ะนะ (ไม่เหมือนที่จอดรถ)
[03] อะไรที่คุณเอะใจว่า .. มันจะดีเกินจริง ... เป็นไปได้มากว่า ... มันไม่จริง
[04] ความรัก ... ก็เหมือนการรอรถเมล์ .... สายที่ไม่อยากขึ้น-ก็มาจัง .. ส่วนสายที่ต้องการจะขึ้น ... 
      ก็รอไปเถอะ ... พอมา-ก็ไม่จอด .. พอจอด-ก็คนแน่น-ขึ้นไม่ได้ ... พอขึ้นได้-รถก็ไปตายกลางทางอีก
[05] ความรัก .. ก็เหมือนกับเหรียญ ... แหวน .. หรือชิ้นส่วนเล็กๆ ........... เพราะเมื่อไหร่ที่มันหลุดมือตกลงพื้น
      .... มันจะต้องกลิ้งไปยังซอกที่มืดที่สุด .. และลึกที่สุด .... จนเรามองไม่เห็น ........... และเอื้อมไม่ถึง
[06] รถไฟ .. อาจจะวิ่งบนราง ... แต่อย่าด่วนสรุปว่า ... มันวิ่งไปทางไหน...โดยดูจากราง ..
      เพราะเมื่อเหลียวกลับมามองอีกที ........... รถไฟขบวนนั้น .. อาจจะวิ่งผ่านคุณไปแล้วก็ได้
[07] สวย .. หรือหล่อ ... ไม่ได้อยู่ที่คำจำกัดความ .. แต่อยู่ที่จินตนาการ
[08] ความรัก .. สวนทางกับกฎฟิสิกส์ .. นั่นคือ ... เมื่อเราให้ความรักกับใครมากเท่าไหร่ ..
      เราก็จะได้รับตอบแทนกลับมา .. เป็น***ส่วนผกผันกลับ
[09] เมื่อไหร่ .. ที่ฝ่ายหนึ่งบอกว่า .. ' เป็นเพื่อนกัน ' แปลว่า .. ' ต้องการจะเลิกคบกัน '
[10] เมื่อไหร่ .. ที่ฝ่ายหนึ่งบอกว่า.. ' มีอะไรต้องคุยกัน ' แปลว่า .. ' ไม่ต้องการคุยกันอีกแล้ว '
[11] ความรัก .. ทำให้คนตาบอด .. การแต่งงาน .. ช่วยให้คนตาสว่าง
 
ผมชอบข้อ 4 มากกกกกกเลยยยย วันที่เราอยากเจอมันก็ไม่มา พอมาก็เต็มขึ้นไม่ได้ ... งั้นตูไปหา Taxi ขึ้นดีกว่า 555++
September 29

ข้อคิดจากปู่เย็น

ข้อคิดจากปู่เย็น เฒ่าคงกระพัน อ่านแล้วซึ้งเลยอ่ะ มีกำลังใจดี อย่างนี้สิเค้าเรียกว่าการสนองฟระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เศรฐกิจพอเพียง" ไม่เหมือนไอ้แม้วหรอก สนองแต่ป๋ามัน ไอ้กัน เศรฐกิจทุนนิยม เอาทรัพย์สินชาติไปขาย ไอ้ ... ไอ้ ...  ไอ้ ... (-_-)" บาปกรรมมีจริง เด๋วก็ตามทันล่ะกัน ไอ้พวกนี้ ... ทำเครียดซะได้
 
ไม่รู้มีใครเคยอ่านกันยัง ลองอ่านดู (เอามาจากเมล์ฟอร์เวิร์ด) ผมชอบนะ
 
>> ดูแต่หอยซิ ไม่มีมือ ไม่มีตีน
มันยังหากินได้เอง ...
ประสาอะไรกับ ... คนมีมือมีเท้า
หากินเองไม่ได้ ... ก็อายหอย
 
>> ขายอย่าให้แพง คนเขาจะได้กินลง
ฉันขายถูกๆ เอาไปเถอะ
ซื้อไปแกงให้พอหม้อ
 
>> กินฟรีได้ ... แต่ไม่อยากกิน
เกรงใจ ... ไม่เอา ... อาย ...
ของเขาซื้อ เขาขาย
ไหนต้องตัก ไหนต้องล้าง
 
>> มีก็กิน ... ไม่มีก็ไม่กิน ... ไม่ขอใคร ...
คนเราอดตาย ... หายาก ... ถ้าไม่เจ็บไข้นะ ...
>> ชีวิตคนเหมือนสะพาน
มีขึ้น ... มีลง
มีสูง ... มีต่ำ
พอสุดท้าย ... ก็ตาย
 
View more entries